ภาษีคริปโตในประเทศไทย สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนยื่นภาษี

 

ปัจจุบัน คริปโทเคอร์เรนซีกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐต้องกำหนดแนวทางจัดเก็บภาษีอย่างชัดเจน ในประเทศไทย กำไรจากการซื้อขายคริปโตถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นอกจากนี้ ยังมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล นักลงทุนควรศึกษาโครงสร้างภาษีและข้อกำหนดทางกฎหมายให้รอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านภาษีในอนาคต


 

การยื่นภาษีคริปโตต้องอาศัยการคำนวณที่ถูกต้อง โดยผู้ลงทุนควรเก็บบันทึกธุรกรรมทั้งหมด ทั้งรายรับ รายจ่าย และกำไรขาดทุน เพื่อให้สามารถคำนวณภาษีได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยคำนวณภาษีหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีถือเป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับธุรกรรมที่มีความซับซ้อน เช่น การขุดเหรียญ (mining) หรือการรับรายได้จากแพลตฟอร์ม DeFi ซึ่งอาจมีผลต่อภาระภาษีที่ต้องชำระ

ด้วยแนวโน้มที่กฎหมายภาษีคริปโตอาจมีการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามข้อกำหนดภาษีอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย แต่ยังทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล การรู้เท่าทันเรื่องภาษีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน